เลือกซื้อเบรกเกอร์อย่างไร ให้ชีวิตปลอดภัย

 เลือกซื้อเบรกเกอร์ผิด อันตรายถึงชีวิต!!! เพื่อความปลอดภัย ควรเลือกซื้อใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งาน ช่วงนี้มีพายุเข้า เกิดฝนตกเกืบทุกวัน อาจเสี่ยงต่อการเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจร และถูกไฟดูดภายในบ้านได้ สาเหตุหลักมาก็จาก น้ำ ที่มีคุณสมบัติเป็นตัวนำไฟฟ้าจึงทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้นนั้นเองตัวช่วยที่ดีที่จะทำให้ปลอดภัยไม่อันตรายถึงชีวิตก็คือ "เบรกเกอร์" วันนี้ขอนำเสนอวิธีการเลือกซื้อเบรกเกอร์ให้เหมาะสมกับการใช้งานกัน อันดับแรกเราควรจะรู้ความหมายของค่าต่างๆ ที่ระบุไว้บนเบรกเกอร์เสียก่อน อย่างน้อยเราจะได้รู้ว่าเบรอเกอร์ตัวนี้สามารถป้องกันอะไรได้บ้าง ในกรณีช่างมาติดตั้งให้ที่บ้านหรือเราติดตั้งเอง >>> ค่า AT (Ampere Trip) คือ ค่าพิกัดกระแสลัดวงจร ซึ่งจะบอกให้รู้ว่า ทนกระแสใช้งานในภาวะปกติได้สูงสุดเท่าไร ค่านี้จะแสดงไว้ที่ Name plate หรือด้ามโยกของเบรกเกอร์ค่ะ>>> ค่า AF (Amp Frame) คือ ค่าพิกัดกระแสโครงสร้าง ซึ่งหมายถึงพิกัดการทนกระแสสูงสุดของเบรกเกอร์ในรุ่นนั้นๆ>>> ค่า IC (Interrupting Capacity) คือ ค่าพิกัดทนต่อการลัดวงจรได้สูงสุด ซึ่งจะบอกให้รู้ว่าเบรกเกอร์ที่ใช้นั้นมีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด>>> ค่า Time คือ ระยะเวลาในการตัดวงจรเมื่อมีการลัดวงจร>>> ค่า I∆N คือ ขนาดพิกัดไฟรั่ว หากที่เบรกเกอร์มีระบุไว้ว่า ค่า I∆N = 30 mA คือ หากมีไฟรั่ว 30 mA เบรกเกอร์จะตัดทันทีค่ะ ซึ่งเบรกเกอร์ในปัจจุบันนั้นมีหลายชนิดและคุณสมบัติก็แตกต่างกัน ที่นิยมใช้กันตามบ้านเรือนมี 2 ชนิด คือ • เซอร์กิตเบรกเกอร์แบบธรรมดา (Safety Breakers)หลักการทำงาน...เมื่อมีการใช้แล้วเกิดการลัดวงจรหรือใช้ไฟเกิน เบรกเกอร์ชนิดนี้จะ Trip ทันที แต่จะไม่สามารถกันไฟดูดและไฟรั่วได้ • เบรกเกอร์ป้องกันไฟดูด-ไฟรั่ว (Earth Leakage Circuit Breaker(ELCB))หลักการทำงาน...หากมีไฟรั่ว ไฟดูด ไฟเกิน และเกิดการลัดวงจร เบรกเกอร์ชนิดนี้จะ Trip โดยอัติโนมัติซึ่งจะแตกต่างจาก Safety Breakers คือ จะมีปุ่มกด Test และ Trip แสดงว่าเบรกเกอร์ตัวนี้กันไฟดูดและมีค่า I∆N ระบุไว้แสดงว่าเบรกเกอร์ตัวนี้กันไฟรั่ว ส่วนขนาดของเบรกเกอร์มีตั้งแต่ 10A / 16A / 20A / 25A / 32A / 40A

การร้อยสายไฟในท่อเหล็กสไตล์ลอฟท์

ข้อดี และสิ่งที่ควรระวัง เป็นพิเศษการร้อยสายไฟในท่อเหล็กแบบเดินลอยมีอันตรายมั้ย หลายคนอาจมีคำถามในใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านที่ชอบการตกแต่งบ้านในสไตล์ลอฟท์ วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ มาฝากกัน  ท่อร้อยสายอย่างที่ว่าก็คือ ท่อโลหะแบบบาง หรือท่อ EMT (Electrical Metallic Tubing) มักทำจากแผ่นเหล็กกล้าชนิดรีดร้อน รีดเย็น หรือแผ่นเหล็กกล้าเคลือบสังกะสี ผิวภายในท่อเคลือบด้วยอีนาเมล ทำให้ผิวท่อเรียบ และผิวภายนอกมีความมันวาว ปลายท่อเรียบทั้ง 2 ด้าน ไม่มีเกลียว มีขนาดตั้งแต่ ครึ่งนิ้วถึง 2 นิ้ว และความยาวแต่ละท่อนประมาณ 3 เมตร เดิมจะใช้สำหรับร้อยสายไฟฝังในผนัง เพื่อป้องกันความเสียหายแก่สายไฟและซ่อนระบบโครงข่ายไฟฟ้าทั้งหมดเพื่อความสวยงาม แต่การแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์นิยมใช้ท่อนี้แบบเดินลอย ช่วยสร้างรายละเอียดที่สวยงามให้บ้าน และยังทำไม่ยาก   ข้อดีของการเดินท่อเหล็กเดินลอยก็มีหลายประการด้วยกันคือ1. เวลาขึ้นงานหรือแก้ไขงานระบบ ไม่ต้องเจาะหรือสกัดผนังให้เสียหาย เดินระบบแบบลอยได้เลย2. ไม่จำเป็นต้องทำแผ่นฝ้ามาปกปิดงานระบบเพดานเหมือนที่เราคุ้นเคยทำให้ประหยัดได้อีกทางหนึ่ง3. ดูแลรักษาง่าย เปลี่ยนหรือเพิ่มแนวสายได้ง่ายกว่าแบบฝังซ่อนในผนังมาก   สิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นพิเศษเกี่ยวกับการเดินท่อร้อยสายประเภทนี้คือ1. เนื่องจากเป็นการเดินท่อลอย เราจึงควรพิจารณา แนวการเดินระบบไฟฟ้าทั้งหมดก่อนการติดตั้งจริง คำนึงถึงตำแหน่งและจำนวนของสวิตซ์เต้าเสียบที่เหมาะกับการใช้งาน มีแนวการเดินที่สวยงาม หลีกเลี่ยงการต่อสายพ่วงซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงต่อการลัดวงจร2. ควรตรวจสอบฝีมือช่างที่มาขึ้นงานว่ามีความละเอียดเพียงพอหรือไม่ เพราะอาจเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วผ่านระบบท่อได้ ทางที่ดีควรเดินไฟฟ้าในระดับเพดานมากว่าการเดินลอยในระดับผนัง และควรเพิ่มหรือตรวจสอบระบบสายดินเพื่อความปลอดภัยอีกชั้นก็จะเป็นการดีค่ะ3. ห้ามใช้การเดินท่อ EMT แบบลอยด้านนอกอาคารที่โดนน้ำฝนเด็ดขาด และไม่ควรเดินท่อ EMT กับงานระบบที่ซ่อนอยู่ใต้พื้น เพราะท่อชนิดนี้เป็นโลหะแบบบาง น้ำและความชื้นจะทำความเสียหายแก่สายไฟและท่อเหล็กได้แม้ตัวท่อจะเคลือบด้วยสังกะสีก็ตาม

ร้อยสายไฟในท่อเหล็กมีอันตราไหม....

ท่อร้อยสายที่ใช้ในงานเดินระบบไฟฟ้ามีหลายแบบ แต่ที่นิยมใช้กับการตกแต่งสไตล์ลอฟต์ คือ ท่อโลหะแบบบางหรือท่อ EMT (Electrical Metallic Tubing) มักทำจากแผ่นเหล็กกล้าชนิดรีดร้อนรีดเย็น หรือแผ่นเหล็กกล้านำมาเคลือบสังกะสีผิวภายในท่อจะเคลือบด้วยอีนาเมล ทำให้ผิวท่อเรียบและผิวภายนอกมีความมันวาว ปลายท่อเรียบทั้งสองด้าน ไม่มีเกลียว มีขนาดตั้งแต่ครึ่งนิ้วถึง 2 นิ้ว และความยาวต่อท่อนประมาณ 3 เมตร เดิมจะใช้สำหรับร้อยสายไฟฝังในผนัง เพื่อป้องกันความเสียหายแก่สายไฟและซ่อนระบบโครงข่ายไฟฟ้าทั้งหมด และเพื่อความสวยงาม ซึ่งบ้านสไตล์ลอฟต์มักนำมาใช้เดินลอย ช่วยสร้างรายละเอียดที่สวยงามให้บ้าน และยังทำไม่ยากด้วยข้อดีของการเดินท่อเหล็กเดินลอยแบบนี้มีหลายประการ เช่น 1.เวลาขึ้นงานหรือแก้ไขงานระบบ ไม่ต้องเจาะหรือสกัดผนังให้เสียหาย เดินระบบแบบลอยได้เลย  2.ไม่จำเป็นต้องทำแผ่นฝ้ามาปกปิดงานระบบบนเพดานเหมือนที่เราคุ้นเคย ทำให้ประหยัดได้อีกทางหนึ่ง 3.ดูแลรักษาได้ง่ายกว่าเปลี่ยนหรือเพิ่มแนวสายได้ง่ายกว่าแบบฝังซ่อนในผนังมาก แต่ก็มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นพิเศษด้วยเช่นกัน ได้แก่ 1.เนื่องจากเป็นการเดินท่อลอย เราจึงควรวางแผนแนวการเดินระบบไฟฟ้าทั้งหมด ก่อนการติดตั้งจริง คำนึงถึงตำแหน่งและจำนวนของสวิตช์เต้าเสียบที่เหมาะสมกับการใช้งาน มีแนวการเดินที่สวยงาม หลีกเลี่ยงการต่อสายพ่วง ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงต่อการลัดวงจร 2.ควรตรวจสอบฝีมือช่างไฟฟ้าที่มาขึ้นงานว่ามีความละเอียดเพียงพอหรือไม่ เพราะอาจเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วผ่านระบบท่อเหล็กได้ ทางที่ดีควรเดินสายไฟในระดับเพดานมากกว่าเดินลอยในระดับผนัง และควรเพิ่มหรือตรวจสอบระบบสายดินเพื่อความปลอดภัยอีกชั้นก็เป็นการดี 3.ห้ามใช้การเดินท่อเหล็ก EMT แบบลอยด้านนอกอาคารที่โดนน้ำฝนเด็ดขาด และไม่ควรใช้ท่อ EMT กับงานระบบที่ซ่อนอยู่ใต้พื้น เพราะท่อชนิดนี้เป็นโลหะแบบบางนั้น น้ำและความชื้นจะทำความเสียหายแก่สายไฟและท่อเหล็กได้ แม้ตัวท่อจะเคลือบด้วยสังกะสีก็ตาม     

การใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย​

 - ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ถูกวิธี   การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ถูกวิธี เช่น ใช้สายไฟฟ้าเสียบแทนเต้ารับ การถอดเต้าเสียบโดยจับที่สายไฟฟ้า การใช้ลวดทองแดงมาต่อแทนฟิวส์ เหล่านี้เป็นต้น อาจจะเป็นเหตุให้ท่านถูกกระแสไฟฟ้าดูดหรือเกิดเพลิงไหม้ได้ ดังนั้นหากพบว่ามีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ถูกวิธี ต้องรับแก้ไขให้ถูกต้องทันที เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน  - อุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุด ไม่แก้ไข   หมั่นสำรวจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านทุกอย่าง หากพบว่ามีการชำรุดเสียหาย ต้องรีบซ่อมแซมแก้ไขหรือเปลี่ยนใหม่  - เสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายเครื่องจากเต้ารับอันเดียว   การใช้เต้ารับตัวเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายอย่างนั้น ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง เนื่องจากสายไฟฟ้าที่ต่อลงเต้ารับและตัวเต้ารับเอง จะรับกระแสมากจนเกินพิกัด ทำให้เต้ารับมีความร้อนสูงจนเกิดลุกไหม้ได้ หากต้องการใช้ไฟฟ้าในคราวเดียวกันหลาย ๆ อย่าง ควรจะแยกเสียบเต้ารับจะมีความปลอดภัยมากกว่า - ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าต่ำเกินไป   ไม่ควรติดตั้งเต้ารับไว้ในระดับต่ำเกินไปซึ่งอาจเกิดอันตรายได้ เมื่อมีน้ำท่วม หรือเด็กอาจใช้นิ้ว ลวดหรือวัสดุอื่นแหย่เล่นเข้าไปในรูเต้ารับทำให้ถูกกระแสไฟฟ้าดูดได้ หากมีความจำเป็นจะต้องตั้งเต้ารับไว้ในระดับต่ำต้องป้องกันไม่ให้น้ำท่วมถึงหรือไม่ให้เด็กเล่นเต้ารับได้ - ซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยไม่มีความรู้   เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านชำรุด หากท่านไม่มีความรู้ความชำนาญในเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น อย่าทำการแก้ไขเองโดยเด็ดขาด และหากเครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุดขณะกำลังทำงานอยู่ ให้รับถอดเต้าเสียบออกทันที และแจ้งช่างที่เกี่ยวข้องมาทำการแก้ไข - สายไฟฟ้าเปื่อยขาดชำรุดจงรับแก้ไข   หากพบว่าสายไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด เช่น ฉนวนเปื่อย หรือถลอกจนเห็นสายทองแดง ต้องรับทำการเปลี่ยนใหม่ทันที โดยผู้มีความรู้ในเรื่องไฟฟ้า แต่หากจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์นั้น ควรใช้เทปพันสายไฟฟ้า พันฉนวนส่วนที่ชำรุดไว้ก่อน หากพิจารณาแล้วเห็นว่า ถ้าใช้ต่อไปอาจเกิดอันตรายขึ้นได้ให้หยุดใช้แล้วเปลี่ยนใหม่  - เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทให้ความร้อน   เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทให้ความร้อนที่ใช้กันอยู่เป็นประจำภายในบ้าน เช่น กาต้มน้ำ, เตารีด, กระทะไฟฟ้า,เตาไฟฟ้า เป็นต้น อาจทำให้เกิดอัคคีภัยได้เมื่อท่านใช้อย่างไม่ระมัดระวัง ดังนั้นขณะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าดังกล่าวควรดูแลใกล้ชิดและอย่าใช้ใกล้กับสารไวไฟ เมื่อใช้งานเสร็จแล้วให้ถอดเต้าเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นออกทันที  - สายไฟขาด อย่าเข้าใกล้   เมื่อท่านพบสายไฟฟ้าขาดห้อยลงมา หรือขาดตกอยู่บนพื้น อย่าเข้าไปแตะต้องเป็นอันขาด เพราะสายไฟที่ขาดนั้นอาจจะมีกระแสไฟฟ้าอยู่ และห้ามผู้อื่นเข้าใกล้ด้วย ควรรีบแจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่อยู่ใกล้ทราบโดยเร็ว  - ก่อสร้างใกล้แนวสายไฟฟ้าสิ้นชีวามามากแล้ว   การทำงานก่อสร้างใด ๆ ใกล้สายไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งอุปกรณ์ หรือวัสดุก่อสร้างอาจจะสัมผัสกับสายไฟฟ้าแรงสูงได้ขณะทำงาน จะทำให้ถูกกระแสไฟฟ้าดูดบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตได้ ผู้รับเหมาก่อสร้างควรดำเนินการดังนี้ติดต่อสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่อยู่ใกล้ที่สุด เพื่อดำเนินการเอาฉนวนมาครอบสายไฟฟ้าแรงสูง แจ้งผู้ปฏิบัติงานให้ระมัดระวังอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อเข้าใกล้สายแรงสูง - กิ่งไม้ใกล้แนวสายไฟฟ้าเป็นอันตรายให้ระวัง   หากท่านพบว่ามีกิ่งก้านของต้นไม้อยู่ใกล้แนวสายไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งอาจจะถูกลมพัดไปแตะสายไฟฟ้าแรงสูงได้ ควรแจ้งให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่อยู่ใกล้บ้านท่านทำการตัดออก เพื่อความปลอดภัยท่านต้องไม่ตัดกิ่งไม้เอง และที่สำคัญท่านไม่ควรจะเข้าใกล้ต้นไม้นั้น เพราะอาจถูกกระแสไฟฟ้าดูดได้ ติดตั้งเสาวิทยุ ทีวีใกล้แนวสายไฟฟ้าแรงสูง ไม่ปลอดภัยให้หลีกเลี่ยง เมื่อท่านต้องการติดตั้งเสาวิทยุ ทีวี หอกระจายข่าว ควรสำรวจพื้นที่จุดที่จะทำการติดตั้ง ว่ามีสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านหรือไม่ ถ้ามีควรหลีกเลี่ยง เพราะหากติดตั้งแล้วเกิดล้มไปแตะกับสายไฟฟ้าแรงสูง จะทำให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน หากมีความจำเป็นต้องติดตั้งดังกล่าว ควรแจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพื่อครอบฉนวนที่สายไฟฟ้าก่อนการติดตั้ง​

ประเภทของท่อเหล็กร้อยสายไฟฟ้า​

 การใช้ท่อร้อยสายไฟฟ้าในงานไฟฟ้ามีจุดประสงค์เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับสายไฟ และให้เหมาะสมกับการเดินสายในแต่ละพื้นที่ ท่อที่นิยมใช้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ ท่อโลหะและท่ออโลหะ แต่เราจะขอพูดถึงแต่ท่อโลหะอย่างเดียว ซึ่งประกอบไปด้วย- ท่อโลหะขนาดบาง หรือ ท่ออีเอ็มที (EMT : Electrical  Matallic tubing)- ท่อโลหะขนาดกลาง หรือ ท่อไอเอ็มซี (IMC : Intermediate Conduit)- ท่อหนาพิเศษ หรือ ท่ออาร์เอสซี (RSC : Rigid Steel Conduit) ท่อโลหะบาง (EMT : Electrical Metallic Tubing) เป็นท่อร้ายสายไฟฟ้าที่  ทำด้วยแผ่นเหล็กกล้าชนิดรีดร้อนหรือรีดเย็น หรือแผ่นด้านไม่สามารถทำเกลียวได้ เหล็กกล้าเคลือบสังกะสี ผิวภายในเคลือบด้วยอีนาเมล ทำให้ผิวท่อเรียบทั้งภายใน และภายนอกท่อ และมีความมันวาว ปลายท่อเรียบทั้ง 2 มาตรฐานกำหนดให้ใช้ตัวอักษรสีเขียวระบุชนิด และขนาดของท่อ เรียกกันทั่วไปว่าท่อ EMT ปัจจุบันมีขนาดตั้งแต่ 1/2" - 2" และยาวท่อนละ 10 ฟุตหรือประมาณ 3 เมตรท่อ EMT ใช้เดินลอยในอากาศ หรือฝังในผนังคอนกรีตได้ แต่ห้ามฝังดิน หรือฝังในพื้นคอนกรีต ในสถานที่อันตราย ระบบแรงสูง หรือบริเวณ ที่อาจเกิดความเสียหายทางกายภาพ ขนาดท่อที่มีขายในท้องตลาดคือ 1/2" , 3/4" , 1" , 1 1/4" , 1 1/2" , 2" การดัดท่อชนิดนี้ใช้ bender ที่มีขนาดเท่ากับขนาดท่อ สำหรับท่อที่มีขนาดใหญ่ อาจใช้ข้อโค้งสำเร็จรูป (Elbow) ที่วางขายทั่วไปได้เช่น ข้อโค้ง 90 องศา ท่อโลหะหนาปานกลาง (IMC : Intermediate Metal Conduit) เป็นท่อร้อยสายไฟฟ้าที่  ทำด้วยแผ่นเหล็กกล้าชนิดรีดร้อนหรือรีดเย็น หรือแผ่นเหล็กกล้าเคลือบสังกะสี ผิวภายในเคลือบด้วยอีนาเมล ทำให้ผิวท่อเรียบทั้งภายใน และภายนอกท่อ และมีความมันวาว มีความหนากว่าท่อ EMT ปลายท่อทำเกลียวไว้ทั้ง 2 ด้าน มาตรฐานกำหนดให้ใช้ตัวอักษรสีแดง ระบุชนิดและขนาดของท่อ เรียกกันทั่วไปว่าท่อ IMC มีขนาดตั้งแต่ 1/2" - 4" และยาวท่อนละ 10 ฟุต หรือประมาณ 3 เมตรท่อ IMC ใช้เดินนอกอาคาร หรือฝังในผนัง-พื้นคอนกรีตได้ ขนาดท่อที่มีขายในท้องตลาดคือ 1/2" , 3/4" , 1" , 1 1/4" , 1 1/2" , 2" , 2 1/2" , 3" , 3 1/2" และ 4" การดัดท่อชนิดนี้ใช้ hickey ที่มีขนาดเท่ากัน สำหรับท่อที่มีขนาดใหญ่ อาจใช้ข้อโค้งสำเร็จรูป ที่วางขายทั่วไปได้เช่น ข้อโค้ง 90 องศา ท่อโลหะหนา (Rigid Steel Conduit) เป็นท่อร้อยสายไฟฟ้าที่  ทำด้วยแผ่นเหล็กกล้าชนิดรีดร้อนหรือรีดเย็น หรือแผ่นเหล็กกล้าเคลือบสังกะสีทั้งผิวภายนอกและภายใน ทำให้ผิวท่อเรียบทั้งภายใน และภายนอกท่อ แต่ผิวจะด้านกว่าและหนากว่าท่อ EMT และ IMC ปลายท่อทำเกลียวไว้ทั้ง 2 ด้าน มาตรฐานกำหนดให้ใช้ตัวอักษรสีดำ ระบุชนิดและขนาดของท่อ เรียกกันทั่วไปว่าท่อ RSC มีขนาดตั้งแต่ 1/2" - 6" และยาวท่อนละ 10 ฟุตหรือประมาณ 3 เมตรท่อ RSC ใช้เดินนอกอาคาร หรือฝังในผนัง-พื้นคอนกรีตได้ ขนาดท่อที่มีขายในท้องตลาดคือ 1/2" , 3/4" , 1" , 1 1/4" , 1 1/2" , 2" , 2 1/2" , 3" , 3 1/2", 4" ,5" และ 6" การดัดท่อชนิดนี้ใช้ hickey หรือเครื่องดัดท่อไฮดรอลิกที่มีขนาดเท่ากัน สำหรับท่อที่มีขนาดใหญ่ อาจใช้ข้อโค้งสำเร็จรูปคล้ายกับข้อโค้งสำเร็จรูปของท่อ IMC ที่วางขายทั่วไปได้เช่น ข้อโค้ง 90 องศา สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่        ​

...
...
บริษัทสากลอินเตอร์เทรด จำกัด

EN

TH

CALL CENTER

0 2911 2970-8

Copyright@2015 Sakol Group

1296/97-99 ถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี 
แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800

​Project Reference

CALL CENTER

0 2911 2970-8

EN

TH