บริษัทสากลอินเตอร์เทรด จำกัด

EN

TH

CALL CENTER

0 2911 2970-8

 

วิธีดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน​

 

        วิธีการดูแลรักษาอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อยากถนอมและยืดอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านของคุณให้ยาวนานมากยิ่งขึ้น มาดูเคล็ดลับดี ๆ กันค่ะ

           

           เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกบ้าน ฉะนั้นเราจึงต้องคอยดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านให้ใช้งานได้ดีอยู่เสมอ ซึ่งถ้าหากใครยังไม่รู้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดต้องการการดูแลรักษาอย่างไรให้ถูกวิธี วันนี้กระปุกดอทคอมมีเคล็ดลับการดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมาฝาก โดยมีทั้งไฟฟ้า พัดลม เตารีด เครื่องเป่าผม เครื่องดูดฝุ่น ตู้เย็น ตู้แช่ หม้อหุงข้าว เครื่องสูบน้ำ เครื่องซักผ้า มอเตอร์ไฟฟ้า เตาอบ เตาไฟฟ้า ไมโครเวฟ เครื่องทำน้ำอุ่น และเครื่องปรับอากาศเลยล่ะ เอาเป็นว่าถ้าหากใครอยากถนอมและยืดอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ยาวนานมากยิ่งขึ้น ก็ตามมาดูเคล็ดลับเหล่านี้กันได้เลย

 

 

 ไฟฟ้าส่องสว่าง

           - ควรปิดไฟทุกครั้งเมื่อไม่มีคนอยู่ในห้อง

           - เลือกใช้หลอดไฟที่มีกำลังวัตต์เหมาะสมกับการใช้งาน

           - สำหรับบริเวณที่ต้องการความสว่างมาก ภายในอาคารควรเลือกใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์ ส่วนภายนอกอาคารควรเลือกใช้หลอดไอโซเดียม และหลอดไอปรอท

           - ควรใช้ฝาครอบดวงโคมแบบใสหากไม่มีปัญหาเรื่องแสงจ้า และหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ

           - พิจารณาใช้โคมไฟตั้งโต๊ะสำหรับงานที่ต้องการแสงสว่างจุดเดียว ทีวี วิทยุ ปิดเครื่องทุกครั้งเมื่อไม่ได้ดู

           - ควรถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้เป็นเวลานาน

           - ควรเลือกใช้โคมไฟแบบสะท้อนแสงแทนแบบเดิมที่ใช้พลาสติกปิด

           - ควรใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์หรือหลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ แทนหลอดไส้ ซึ่งมีคำแนะนำในการใช้ดังนี้

           - หลอดฟลูออเรสเซนต์แบบผอม ขนาด 18 วัตต์ และ 36 วัตต์ มีความสว่างเท่ากับ หลอด 20 วัตต์ และ 40 วัตต์แต่ประหยัดไฟกว่า และสามารถใช้แทนกันได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนบัลลาสต์และสตาร์ทเตอร์

           - หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์มี 2 ชนิด คือ ชนิดมีบัลลาสต์ภายใน สามารถใช้แทนหลอดกลมแบบเกลียวได้ ส่วนหลอดที่มีบัลลาสต์ภายนอก จะมีขาเสียบเพื่อต่อกับตัวบัลลาสต์ที่อยู่ภายนอก

 

 

 พัดลม

           - เปิดความเร็วลมพอควร

           - เปิดเฉพาะเวลาใช้งาน

           - ควรเปิดหน้าต่างใช้ลมธรรมชาติแทนถ้าทำได้

 

 

 

 เตารีด

          เตารีดเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทให้ความร้อน ซึ่งในการรีดแต่ละครั้งจะกินไฟมาก ดังนั้นจึงควรรู้จัดวิธีใช้อย่างประหยัดและปลอดภัย ดังนี้

           - ก่อนอื่นควรตรวจสอบดูว่าเตารีดอยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้งานหรือไม่ เช่น สาย ตัวเครื่อง เป็นต้น

           - ตั้งปุ่มปรับความร้อนให้เหมาะสมกับชนิดของผ้า

           - อย่าพรมน้ำจนเปียกแฉะ

           - ดึงเต้าเสียบออกก่อนจะรีดเสร็จประมาณ 2-3 นาที แล้วรีดต่อไปจนเสร็จ

           - ควรพรมน้ำพอสมควร

           - ถอดปลั๊กออกเมื่อไม่ได้ใช้

           - ควรรีดผ้าคราวละมากๆ ติดต่อกันจนเสร็จ

           - ควรเริ่มรีดผ้าบาง ๆ ก่อน ขณะเตารีดยังไม่ร้อน

           - ควรดึงปลั๊กออกก่อนรีดเสร็จเพราะยังร้อนอีกนาน

           - ควรซักและตากผ้าโดยไม่ต้องบิด จะทำให้รีดง่ายขึ้น

 

 

 เครื่องเป่าผม

           - เช็ดผมก่อนใช้เครื่อง เพื่อประหยัดเวลาและพลังงาน

           - ควรขยี้และสางผมไปด้วยขณะเป่า

 

 

 เครื่องดูดฝุ่น

           - ควรเอาฝุ่นในถุงทิ้งทุกครั้งที่ใช้แล้วจะได้มีแรงดูดดี ไม่เปลืองไฟ

 

 

 ตู้เย็น ตู้แช่

           - ตั้งอุณหภูมิให้พอเหมาะ

           - ไม่นำของร้อนใส่ตู้เย็น

           - ปิดประตูตู้เย็นทันที หลังนำของเข้าและออก

           - ปิดประตูตู้เย็นให้สนิท

           - หากยางขอบประตูรั่วให้รีบแก้ไข

           - เลือกตู้เย็นหรือตู้แช่ชนิดมีประสิทธิภาพสูง

           - ควรใช้ตู้เย็นขนาดเหมาะกับครอบครัว

           - ควรตั้งตู้เย็นให้ห่างจากแหล่งความร้อน ให้หลังตู้ห่างจากฝาเกิน 15 เซ็นติเมตร เพื่อระบายความร้อนได้สะดวก ไม่เปลืองไฟฟ้า

           - ควรหมั่นทำความสะอาดแผงระบายความร้อน

           - ควรเก็บเฉพาะอาหารเท่าที่จำเป็น

 

การเลือกซื้อตู้เย็นและตู้แช่ มีคำแนะนำให้ท่านพิจารณาก่อนซื้อ ดังนี้

           - เลือกขนาดให้พอเหมาะกับความต้องการของครอบครัว

           - ตู้เย็นแบบประตูเดียวกินไฟน้อยกว่าแบบ 2 ประตู

           - ควรวางตู้เย็นให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก

 

           - อย่าเปิดตู้เย็นทิ้งไว้นาน ๆ และอย่านำของร้อนมาแช่

 

           - หมั่นละลายน้ำแข็งเมื่อเห็นว่าน้ำแข็งเกาะหนามาก

 

 

 หม้อหุงข้าวไฟฟ้า   

      

            หากรู้จักใช้อย่างถูกต้อง จะสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้มาก โดยมีข้อแนะนำดังนี้          

 

            - ควรหุงข้าวให้พอดีกับจำนวนผู้รับประทาน          

 

            - ควรถอดเต้าเสียบออกเมื่อข้าวสุกแล้ว          

 

            - อย่าทำให้ก้นหม้อตัวในเกิดรอยบุบ จะทำให้ข้าวสุกช้า          

 

            - หมั่นตรวจบริเวณแท่นความร้อนในหม้อ อย่าให้เม็ดข้าวเกาะติด จะทำให้ข่าวสุกช้าและเปลืองไฟ          

 

            - ใช้ขนาดหม้อหุงข้าวที่เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในครอบครัว          

 

            - ควรดึงปลั๊กออกเมื่อข้าวสุกพอแล้ว ปัจจุบันหม้อหุงข้าวไฟฟ้ามีใช้กันมาก หม้อต้มน้ำ หม้อต้มกาแฟ          

 

            - ใส่น้ำให้มีปริมาณพอควร          

 

            - ควรปิดฝาให้สนิทขณะต้ม          

 

            - ควรปิดสวิตช์ทันทีเมื่อน้ำเดือด

 

 

 เครื่องซักผ้า

           - ควรใส่ผ้าแต่พอเหมาะ ไม่น้อยเกินไป และไม่มากจนเกินกำลังเครื่อง


           - ควรใช้น้ำเย็นซักผ้า ส่วนน้ำร้อนให้ใช้เฉพาะกรณีรอยเปื้อนไขมันมาก

     วิธีใช้เครื่องซักผ้าให้ประหยัดไฟฟ้าควรปฏิบัติดังนี้


           - ควรใส่ผ้าที่จะซักตามคำแนะนำของแต่ละเครื่อง

           - หากมีผ้าต้องซัก 1-2 ชิ้น ควรซักด้วยมือ


           - หากมีแสงแดดไม่ควรใช้เครื่องอบแห้ง ควรจะนำเสื้อผ้าที่ซักเสร็จมาตากแดด

 

 

 

 

 เตาอบ เตาไฟฟ้า ไมโครเวฟ          

 

            เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทนี้ ใช้ความร้อนมาทำให้อาหารสุก หากให้ความร้อนสูญเสียไปโดยการใช้ไม่ถูกวิธี ทำให้อาหารสุกช้าลง กินกระแสไฟเพิ่มขึ้นจึงมีข้อแนะนำการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทนี้อย่างประหยัดคือ          

 

            - ควรเตรียมเครื่องปรุงในการประกอบอาหารให้พร้อมก่อนใช้เตา          

 

            - ควรใช้ภาชนะก้นแบนและเป็นโลหะจะทำให้รับความร้อน จากเตาได้ดี          

 

            - ในการหุ่งต้มอาหารควรใส่น้ำให้พอดีกับจำนวนอาหาร          

 

            - ในระหว่างอบอาหารอย่าเปิดตู้อบบ่อย ๆ          

 

            - ถอดเต้าเสียบทันทีเมื่อปรุงอาหารเสร็จเรียบร้อย          

 

            - ควรหรี่ไฟและปิดฝาหม้อในกรณีที่ต้องเคี่ยว          

       

            - ควรเตรียมเครื่องปรุงให้พร้อมก่อนใช้เตา          

 

            - ควรใช้เตาชนิดมองไม่เห็นขดลวดซึ่งไม่เสียความร้อน สูญเปล่ามาก และปลอดภัยกว่า          

 

            - ควรใช้พาหนะก้นแบนขนาดพื้นที่ก้นเหมาะกับพื้นที่หน้าเตาและใช้พาหนะที่มีเนื้อโลหะรับความร้อนได้ดี หากเป็นไปได้ให้ใช้กับเตาไฟฟ้าซึ่งมีขายทั่วไปอยู่แล้ว

 

           - ควรปิดฝาภาชนะให้สนิทขณะตั้งเตา

 


 

 

 

 เครื่องทำน้ำอุ่น

 

           วิธีการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นให้ประหยัดและปลอดภัย

 

           - ปรับปุ่มความร้อนให้เหมาะสมกับร่างกาย

 

           - ปิดวาล์วทันทีเมื่อไม่ใช้งาน

 

           - หากมีรอยรั่วควรรีบทำการแก้ไขทันที

 

           - ต่อสายลงดินในจุดที่จัดไว้ให้ของเครื่องทำน้ำอุ่น

 

           - ปิดสวิชต์ไฟฟ้าของเครื่องทำน้ำอุ่นเมื่อไม่ใช้

 

           - ปฏิบัติตามคำแนะนำที่แนบมากับเครื่อง

 

           - ใช้เครื่องขนาดพอสมควร

 

           - ปรับปรุงความร้อนไม่ให้ร้อนเกินความจำเป็น

 

           - ปิดก๊อกทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน

 

           - ในฤดูร้อนไม่จำเป็นต้องใช้น้ำร้อน หรือน้ำอุ่น

 

           - ควรใช้น้ำอุ่นที่ได้ความร้อนจากแสงอาทิตย์

 

 

 เครื่องปรับอากาศ

           - ปิดเครื่องทุกครั้งเมื่อไม่อยู่

           - ปิดประตูหน้าต่างและผ้าม่านกันความร้อนจากภายนอก

           - ตั้งอุณหภูมิไม่ควรต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส

           - ควรใช้เครื่องขนาดเหมาะสมกับขนาดห้อง

           - ควรเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง

           - ควรติดตั้งเครื่องระดับสูงพอเหมาะ และให้อากาศร้อนระบายออกด้านหลังเครื่องได้สะดวก

           - ควรบุผนังห้อง และหลังคาด้วยฉนวนกันความร้อน

           - ควรบำรุงรักษาเครื่องให้มีสภาพดีตลอดเวลา

           - ควรหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ และแผงระบายความร้อน

           - ในฤดูหนาวขณะที่อากาศไม่ร้อนมากเกินไป ไม่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศ

           - ปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิดไม่ให้ความเย็นรั่วไหล

           - พิจารณาติดตั้งบังแสงหรือกันแดด เพื่อลดภาระการทำงานของเครื่อง

          การใช้เครื่องปรับอากาศให้มีความเย็นที่สบายต่อร่างกาย จะประหยัดค่าไฟฟ้าอย่างได้ผล ซึ่งควรปฏิบัติดังนี้

           - ควรเลือกใช้ขนาดที่เหมาะสมกับขนาดของห้อง

           - ควรใช้ผ้าม่านกั้นประตูหน้าต่าง เพื่อป้องกันความร้อนจากภายนอก

           - ตั้งปุ่มปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมต่อร่างกาย (ประมาณ 26 องศาเซลเซียส)

           - หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ

           - ปฏิบัติตามคำแนะนำที่แนบมากับเครื่องปรับอากาศ

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

 

 

CALL CENTER

0 2911 2970-8

EN

TH